***วิธีชำระเงิน***
   ผลิตภัณฑ์ของเรา
   ~กล้องดูดาวสะท้อนแสง
   ~กล้องดูดาวหักเหแสง
   ~กล้องดูดาวผสม
   ~ขาตั้งกล้องดูดาว
   ~อุปกรณ์ถ่ายภาพดาราศาสตร์
   ~กล้องส่องทางไกล&กล้องตาเดียว
   ~อุปกรณ์เสริม
   ~กล้องจุลทรรศน์และอุปกรณ์เสริม
   ~กล้องเล็งปืน
   ~กล้องเล็งจุดแดง
   เลือกซื้อกล้องดูดาว
   download คู่มือ
   ติดต่อเรา logo
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 8
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 234
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 2,818,708
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
  แหล่งความรู้ดาราศาสตร์
หน่วยทางดาราศาสตร์ และความคลาดเคลื่อนที่สุดจะพรรณนา (ตอนที่ 1)
[6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]จำนวนผู้เข้าชม 35148 คน

หน่วยทางดาราศาสตร์
และความคลาดเคลื่อนที่สุดจะพรรณนา 
(ตอนที่ 1)

 
 ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ความสัมพันธ์ หน่วยดาราศาสตร์
 

            เมื่อครั้งผมยังเด็ก ผมได้ลองส่องกล้องดูดาวทีไร ก็มักจะร้องขอคุณพ่อให้ช่วยซื้อให้ซักตัว ซึ่งเมื่อพูดถึงราคากล้องดูดาวแล้วหละก็.. แพงอย่าบอกใครเลยหละครับ แต่เมื่อผมโตขึ้นได้ลองศึกษาดูกล้องชนิดต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้ผมได้พบถึงความจริงที่กล้องชนิดเดียวกัน ขนาดเท่ากัน มีขาตั้งกล้องเหมือน ๆ กัน แต่กลับมีราคาแตกต่างกันมาก และเมื่อสังเกตดูรายละเอียดจึงพบว่ากล้องเหล่านั้นจะมีความแม่นยำที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล้องดูดาวแบบนิวโตเนียนที่มีกระจกทำด้วยแก้วธรรมดา จะมีความสามารถในการยืด หด เมื่อเจออุณหภูมิที่ร้อน และเย็น ที่มากกว่ากล้องที่ใช้กระจกที่ทำด้วยแก้วทนไฟถึง 3 เท่า ซึ่งแน่นอนเมื่อส่องกับดวงดาว ความแม่นยำในการวัดดาวของนักดาราศาสตร์ก็จะลดลงเพราะความยืด หดของกระจกตัวนี้เอง เมื่อลองเทียบราคาเนื้อแก้วอย่างเดียวก็ราคาต่างกันเกือบ 2 เท่าแล้วครับ และดูเหมือนว่าความแม่นยำกับราคามักจะไปด้วยกันเสมอ ยิ่งความแม่นยำของกล้องมากขึ้นเท่าใด ราคากล้องดูดาวก็ดูจะสูงขึ้นเท่านั้น เจ้าความแม่นยำนี้เนี่ย มันสำคัญอะไรกันนักกันหนานะ! และความแม่นยำขนาดไหนหละที่จะยอมรับได้สำหรับเราๆ ท่าน ๆ ในการเลือกกล้องดูดาว แต่ก่อนที่จะเข้าใจเรื่องความแม่นยำต่างๆ เราต้องมาทำความเข้าใจถึงหน่วยต่าง ๆ ในการวัดขนาดและระยะทางกันก่อนนะครับ

  

กล้องดูดาว นิวโตเนี่ยน ส่วนประกอบ ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์

                หน่วยที่ใช้ในการวัดระยะทาง และขนาดในโลกนี้มีอยู่สองแบบหลักๆ คือ หน่วยเมตริก อันได้แก่ (เซนติเมตร, เมตร, กิโลเมตร ฯลฯ) ซึ่งใช้กันอยู่ในบ้านเรา และหน่วยแบบ อังกฤษที่เรามักจะได้ยินคือ (นิ้ว, ฟุต, ไมล์ ฯลฯ) ก็แน่นอนครับใช้ในที่อังกฤษ ส่วนใครที่อยากใช้ทั้งสองหน่วยนี้สลับกันไป ๆ มา ๆ ก็ต้องไปอยู่ที่อเมริกาครับ เค้าใช้กันทั้งสองหน่วยเลย ซึ่งเมื่อพูดถึงที่มาที่ไปของหน่วยทั้งสองนั้น ต่างก็มีมาตรฐานที่แตกต่างกัน ซึ่งผมจะขอเริ่มเปรียบเทียบจากหน่วยที่มีใช้ในประเทศไทยก่อนเลยนะครับ

                เมตรว่าไปแล้วหน่วยที่ใช้วัดความยาวมีอยู่หน่วยเดียวนะครับ ก็เจ้าเมตรเนี่ยแหละ เพียงแต่ว่าเราใช้คำนำหน้าในการบอกสัดส่วนที่ย่อย หรือจำนวนเท่าที่เพิ่มขึ้นของเมตรนั่นเอง 1ต้นกำเนิดของหน่วยเมตรเกิดขึ้นจากการพยายามบรรเทาปัญหาความสับสนในการใช้หน่วยการวัดต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายในประเทศต่าง ๆ ดังนั้นประเทศฝรั่งเศส ได้คิดค้นหน่วยเมตริกขึ้นในราวปี ค.ศ. 1790 (ราว ๆ ต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี่เอง) ซึ่งทำให้หน่วยต่าง ๆ อยู่ในรูปเลขฐาน 10 เช่น  10 มิลลิเมตร เท่ากับ 1 เซนติเมตร 100 เซนติเมตร เท่ากับ 1 เมตร ซึ่งสะดวกแก่การใช้งานและการประมาณมากกว่าหน่วยวัดของอังกฤษ 8 หุน (1/8 นิ้ว) เป็น 1 นิ้ว 12 นิ้วเป็น 1 ฟุต 5,280 ฟุตเป็น 1 ไมล์ และเมื่อในปี 1,960 หน่วยเมตริกนี้จึงได้ถูกเรียกว่าหน่วย SI(Système International d'Unités)
 
จากใหญ่ไปเล็ก
 
เมตร, meter” 1 เมตร
เราต้องจำความยาวประมาณ 1 เมตรไว้ให้แม่นนะครับ ต้องลองหาตลับเมตรมาลองประมาณกันดูนะครับ ก็อาจจะประมาณได้กับความสูงของนักเรียนชั้น ป. 2 ได้นะครับ 
เซนติเมตร, centimeter” 0.01 เมตร
เมื่อแบ่งความยาวเมตรนึงออกเป็น 100 ส่วนเท่า ๆ กันเราจะได้หน่วยความยาวใหม่คือ 1 เซนติเมตร ซึ่งก็ประมาณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหรียญ 50 สตางค์นี่เอง ถ้าสมมุติให้กล้องดูดาวมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหน้ากล้องเท่ากับ 6 เซนติเมตร การที่เราเพิ่มขนาดหน้ากล้องให้ใหญ่ขึ้นอีก 1 เซนติเมตร (เป็นหน้ากล้องขนาด 7 เซนติเมตร) จะมีความหมายอย่างมากครับเพราะมันจะทำให้พื้นที่การรับแสงเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 36 ซึ่งจะทำให้เห็นดาวในท้องฟ้าได้มากขึ้นกว่ากล้องขนาดเดิมอย่างแน่นอน 
มิลลิเมตร, millimeter” 0.001 เมตร
 ถ้าเราซอยเจ้า 1 เซนติเมตรออกเป็นอีก 10 ส่วน ความยาวที่เกิดขึ้นจึงจะเรียกว่า มิลลิเมตร ซึ่งเจ้ามิลลิเมตรที่ดูเล็ก ๆ เนี่ย ถ้าเพิ่มเข้าไปในขนาดของเพชรซักเม็ดนึง ราคามันจะต่างกัน... เพิ่มขึ้นจนสามารถเลี้ยงข้าวแกงกันได้เป็นปีเลยหละครับ
ไมโครเมตร (ไมครอน), micrometer (micron)” 0.000001 เมตร
ถ้าท่านชอบนาฬิกายี่ห้อดีๆ ที่เป็นแบบชุบ หรือเคลือบทอง แล้วหละก็ จงรู้ไว้เลยว่าเขาใช้ความหนาในการเคลือบอยู่ประมาณ 5 ไมครอน (5 ส่วนใน 1000 ส่วนของมิลลิเมตร ว้าว! บางสุด ๆ) ถ้าเคลือบหนาหน่อยก็ 10 ไมครอน และความเล็กขนาดนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการผลิตเลนส์ หรือกระจกสำหรับทำกล้องดูดาว ซึ่งสารที่ใช้สำหรับขัดเลนส์หรือกระจกให้ใสนั้นจะมีขนาดเล็กแค่ 3 ไมครอนเอง
นาโนเมตร, nanometer” 0.000000001 เมตร
ยังครับ ยังเล็กไม่พอ จับเจ้าหน่วย  1 ไมครอนนี้มาหั่นออกเป็นอีก 1000 ส่วน เราจะได้ความละเอียดในหน่วย นาโนเมตร ซึ่งเป็นระดับซึ่งเข้าใกล้อะตอมแล้วครับ หน่วยนี้สำคัญสำหรับการวัดความยาวของคลื่นแสง เมื่อแบ่งตามแม่สี แสงสีแดงจะมีความยาวคลื่นแสงอยู่ที่ 656 นาโนเมตร ถ้าแสงสีเขียวจะมีความยาวคลื่นทีสั้นลงเหลือ 546 นาโนเมตร และแสงสีน้ำเงินจะมีความยาวคลื่นอยู่แค่ 480 นาโนเมตร
               
0 0 0 และ 0 0
            โอย!! มีแต่ 0.001, 0.0000001 ใส่ศูนย์ขาดๆ เกินๆ หรือถ้าใส่ไว้มากๆ คงนับกันงงแน่ เพื่อความสะดวกของการทดศูนย์ไว้ นักดาราศาสตร์เลยใช้เลขยกกำลังมาช่วย

 

       10             (มี 0 หนึ่งตัว)          =          1x 10                                                         =          101 (สิบยกกำลัง 1)    
      100             (มี 0 สองตัว)             =          1x 10x10                                     =          102 (สิบยกกำลัง 2) 
    1,000                   =          1x 10x10x10           =          103                  
1,000,000                                =          1x 10x10x10x10x10x10                     =          106                                 
          

  

 
            ดังนั้นถ้า 100 จึงเท่ากับ        1x   ..                                                               =          1
 
                เมื่อเลขยกกำลังดังกล่าวจำเป็นต้องไปเป็นส่วนหารกับเลขใดๆ กำลังของเลขตัวนั้นจะแทนด้วยค่าติดลบ ดังนั้น
 
                1 เซนติเมตร (0.01 เมตร)                                   = 1/102                      = 1x10-2                      เมตร
                1 มิลลิเมตร (0.001 เมตร)                                    = 1/103                      = 1x10-3                      เมตร
                1 ไมโครเมตร (0.000001 เมตร)                             = 1/106                      = 1x10-6                      เมตร
                1 นาโนเมตร (0.000000001 เมตร)                           = 1/109                      = 1x10-9                      เมตร
 
จากเล็กไปใหญ่
 
                กิโลเมตร, kilometer” 103 เมตร

                พันเท่าของเมตร ก็ยาวพอที่จะทำให้เหนื่อยได้ ไม่ว่าจะเดินหรือวิ่ง เพราะเทียบไปแล้วมันเกือบเท่ากับการวิ่งรอบสนามกีฬาถึง 3 รอบเต็ม ๆ

               
            น่าเสียดายที่หน่วยที่ใหญ่กว่านี้มักไม่นิยมใช้กันเช่น เมกะเมตร 1ล้าน เมตร หรือ 1,000 กิโลเมตร แต่อย่างไรก็ตาม เรายังไม่หยุดเปรียบเทียบจากเล็กไปใหญ่
                “1 พันกิโลเมตร” 106 เมตรแผนที่ ประเทศไทย ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์

                ถ้าคุณเป็นคนกรุงเทพฯ ระยะทาง 1 พันกิโลเมตร เท่ากับระยะทางไปเกาะภูเก็ตได้เลยทีเดียว ระยะทางขนาดนี้เดินทางด้วยเท้า คงจะใช้เวลาเดินซัก เดือนนึงคงจะไหวมั้ง ถ้าขับรถก็ 1 วัน ถ้านั่งเครื่องบินก็ใช้เวลาเดินทางซัก 2 ชั่วโมงได้ แต่ท่านผู้รักการเดินทางไปแล้วกลับ กรุงเทพฯ ภูเก็ต อยู่บ่อยครั้ง จงจำไว้ว่าการเดินทางของท่าน ทุก 8 รอบ (16,000 กิโลเมตร) จะเทียบเท่ากับท่านเดินทางผ่านแกนกลางของโลกไปทะลุซีกโลกอีกด้านหนึ่งได้ทีเดียว! เพราะมันเท่ากับระยะทางของเส้นผ่านศูนย์กลางของโลกเลยนะครับ






 

เส้นผ่าศูนย์กลาง โลก ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์

 

“Astronomical Unit (AU)” 150 x 106 เมตร

                ถ้าท่านอยากเดินทางไปยังพระอาทิตย์ ท่านจะต้องใช้ระยะทางในการเดินทาง หนึ่งร้อย ห้าสิบ ล้าน กิโลเมตร (ไปกลับ กรุงเทพฯ ภูเก็ต แค่ 75,000 รอบเอง) แต่ระยะทางนี้มีความสำคัญคือ นักดาราศาสตร์ใช้ระยะทางนี้ในการอ้างอิงระยะห่างของดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลดวงอื่น ๆ ต่อไปอีก ยกตัวอย่างเช่น ดาวเนปจูน อยู่ห่างออกไปจากดวงอาทิตย์เป็นระยะทาง 30AU ซึ่งก็หมายถึงเป็นระยะทาง 150x30 = 4,500 ล้านกิโลเมตร ดังนั้น ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลกก็จะมีระยะทางเป็นจุดทศนิยม ไม่ถึง 1 AU นั่นเอง
 

8.33 นาที (โดยประมาณ) ก่อนหน้านั้น ทั้ง ๆ ที่แสงเป็นสิ่งที่เดินทางได้เร็วที่สุด โดยประมาณ 3x105 เมตร ต่อวินาทีแต่ท่านเชื่อหรือไม่ สิ่งที่ท่านเห็นบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่มืดสนิท เป็นความยากเย็นแสนเข็นของเจ้าแสงน้อยที่เดินทางมาถึงตัวท่าน ดาวซิริอุส ดาวฤกษ์ที่ใกล้โลกและเห็นได้ชัดที่สุด มีระยะทางห่างจากโลกประมาณ 2 ปีแสง

ระบบสุริยจักรวาล ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์




               สำหรับท่านที่เคยเห็นภาพดวงอาทิตย์ที่ฉายจากกล้องดูดาวลงบนฉากรับภาพ ภาพที่ท่านเห็นในขณะนั้นเป็นภาพซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ

"ปีแสง, light year"9.47 x 1012 เมตร

                ปีแสงคืออะไร?? อันที่จริงแล้วสามารถทำความเข้าใจอย่างง่ายได้คือ ระยะทางที่แสงเดินทางโดยใช้ระยะเวลา 1 ปีนั่นก็คือ ใน 1 นาที มี 60 วินาที, 60 นาทีเป็น 1 ชั่วโมง, 24 ชั่วโมงเป็น 1 วัน, 365.25 วันเป็นหนึ่งปี ดังนั้น 1 ปีมีทั้งหมด
 
                60 x 60 x 24 x 365.25 = 31,557,600 วินาที
แสงเดินทางได้เฉลี่ย  300,000 เมตร ต่อวินาที ดังนั้น ระยะทางที่แสงเดินทางได้ทั้งหมดในระยะเวลา 1 ปีคือ

31,557,600 วินาที x 300,000 เมตร ต่อวินาที

= 9,467,280,000,000 เมตร
หรือ =9.47 x 1012 เมตร นั่นเอง
 
2ดาวฤกษ์ทั้งหลายรวมถึงดวงอาทิตย์ของเราด้วยเมื่ออยู่กันเป็นกลุ่ม ซึ่งมีจำนวนนับ แสนล้านดวง เราจะเรียกว่า แกแลกซี่ (Galaxy) ซึ่งแกแลกซี่ที่เราอยู่นี้เรียกว่าแกแลกซี่ทางช้างเผือกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 1 แสนปีแสง

ทางช้างเผือก ระบบสุริยะจักรวาล ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์

                แกแลกซี่แอนโดรเมด้า ซึ่งอยู่ในกลุ่มของแกแลกซี่ที่รวมกันอยู่ใกล้ๆ (Local Group) มีระยะห่างจากทางช้างเผือกอยู่ที่ 2.2 ล้านปีแสง และในขณะที่ ซุปเปอร์คลัสเตอร์ (Super Cluster) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มของแกแลกซี่ หลายๆ อันเข้าด้วยกันซึ่งเห็นได้ในกลุ่มดาวสิงห์ มีระยะห่างออกไปกว่า 450 ล้านปีแสง

 

แกลกซี่ แอนโรเมดา ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์

 รูปแกแลกซี่ แอนโดรเมดา

Leo Super Cluster ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์

Leo super cluster
            และที่สุดของขอบเขตจักรวาลที่มนุษย์สามารถสำรวจได้ด้วยเครื่องมือในปัจจุบันนั้นสามารถสำรวจได้ห่างออกไปที่ 13 พันล้านปีแสง
 
 
  
                การแนะนำถึงหน่วยต่าง ๆ ทางดาราศาสตร์คงจะเพียงพอที่เท่านี้ก่อน ซึ่งสิ่งที่ตามมากับความเป็นจริงที่ซ่อนเร้นสำหรับความผิดพลาดซึ่งไม่อาจรับได้ในการคำนวณทางดาราศาสตร์ ผลจากความผิดพลาดอันเนื่องมาจากระบบทศนิยม, ความจำเป็นสำหรับความแม่นยำในเครื่องมือต่าง ๆ จะสามารถติดตามได้ใน หน่วยทางดาราศาสตร์ และความคลาดเคลื่อนที่สุดจะพรรณนาตอนที่ 2”
 
เอกสารอ้างอิง
1           http://www.visionlearning.com
2           http://www.discoveryschool.com
3           http://www.atlasoftheuniverse.com/superc/leo.html
 

 

 

.

 
แหล่งความรู้ดาราศาสตร์
- ถ่ายภาพดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์ (Transit of Venus) [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- วิธีตั้งกล้องดูดาว GPS+80,000 ฐานข้อมูลวัตถุท้องฟ้าทั่วจักรวาล [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- หน่วยทางดาราศาสตร์ และความคลาดเคลื่อนที่สุดจะพรรณนา (ตอนที่ 1) [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- Introduction of AMP (Astronomy Mathematics Physics corner) [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- วิธีตั้งกล้องดูดาว 8 นิ้ว ภายใน 10 นาที [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- วิธีใช้แผนที่ฟ้าสมาคมดาราศาสตร์ไทย [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- วิธีประกอบกล้องดูดาว วิธีตั้งกล้องดูดาว วิธีใช้กล้องดูดาว [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- เลนส์ใกล้ตาที่ไม่เป็นเพียงเลนส์ใกล้ตา [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- สารพันความรู้กล้องดูดาว [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
- วิธีถ่ายภาพดาวเคราะห์จากงบน้อย ๆ [6 พฤศจิกายน 2551 09:29 น.]
ดูทั้งหมด

Copyright © 2011 by Classico World Co., Ltd.
Engine by MAKEWEBEASY